ตามหา ตาเถร กะ อีแป้น

posted on 31 Jan 2010 00:33 by oh-yuri

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ญี่ปุ่น: หัวโต หัวโต ตาเถรคือใคร

หัวโต: หา...

ญี่ปุ่น: ตาเถรเป็นใครอ่ะ เมื่อกี้คุยโทรศัพท์กับแม่ บอกเรื่องมอ'ไซค์ คว่ำ

          ไหล่หลุด แม่ร้องว่า ว๊าย ตาเถร

หัวโต: อ่อ มันเป็นคำอุทานเวลาคนเค้าตกใจน่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก

ญี่ปุ่น: ฮึ ไม่จริงหรอก คำอุทานทำไมต้องมีชื่อคนด้วยล่ะ เดี๋ยวเอาไว้ตอนเย็น

          โทไปถามแม่เองก็ได้ ตาเถรคือใคร

หัวโต: อืม ตามใจ งั้นฝากถามแม่ด้วยแล้วกันน่ะ ว่า อีแป้น เป็นใคร

ญี่ปุ่น: อีแป้น...??? (ใครมาจากไหนอีกล่ะเนี้ย)

 

 

ตาเถรไหน

อีแป้นไหน

พวกเค้าเหล่านั้นเป็นใครกัน (ก็นั้นอ่ะดิ ใครว่ะ กูอยากรู้)

 

 

เราๆท่านๆเคยสงสัยกันมั้ยครับว่า บุคลที่ผมยกมาข้างต้นนี้ เค้าคือใคร เค้าได้รับการจองล้างจองผลาญ

เอาชีวิตอะไรหนักหนา เค้าไปเผาบ้านบรรพบุรุษคนไทยที่ไหนหรือเปล่า หรือเค้าได้กระทำคุณาประโยชน์

อันยิ่งใหญ่ไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ศึกษาหาควาวมรู้ใส่สมองอย่างไรหรือไม่ม 

แต่ผมก็ไม่เคยพบปรากฏเห็นเป็นหลักฐาน

หรือเป็นเพียงแค่ บุคคลหนึ่งที่โลกไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำเรื่องราวของพวกเค้าก็ได้

เพราะจะจำหรือไม่จำโลกก็ไม่เห็นจะเย็นลงเลยซักนิด

 

"แต่กูอยากรู้ครับ พี่น้อง" ( ฮึๆ )

 

งั้นเราตามมาดูกันดีกว่า ว่า ตาเถร กะ อีแป้น เป็นญาติฝ่ายไหนของเรากันแน่

 

ตาเถร

มาที่ตาเถรก่อนเลย :โปรดเอื้อเฟื้อ แก่การกล่าวถึง ผู้ชรา และสตรี ตามลำดับ:

สืบไปสืบมา ตาเถรแกไม่ได้มาคนเดียวครับ (ฮือฮา...) แกมีคู่หูด้วย หรือจะเรียกว่า คู่กรรมคู่เวรกันจะเหมาะกว่า จากข้อมูลเก่าแก่ (แน่นอนว่า เรื่องนี้คงเป็นอีกเรื่องที่ไม่มีความร่วมสมัยอยู่เลยแม้แต่น้อย) จากข้อมูลเก่าเผยให้รู้ว่า เมื่อกล่าวถึงตาเถรแล้ว มักจะมียายชีพ่วงอยู่ด้วยเสมอ จน (คนที่มีอายุรุ่นราวคราวลุง ป้า เป็นต้นไป) พูดกันติดปากว่า "ตาเถรยายชี" แต่เท่าที่ผมจำความได้ก็เคยได้ยินแต่ ชื่อเสียงเรียงนาม ของ ตาเถร แต่เพียงผู้เดียว ไม่ยักจะเคยได้ยินชื่อ ยายชี (เลย) บ่อยนัก จนได้มีโอกาศมาสืบค้นข้อมูลแล้วจึงรู้ว่า แท้จริงแล้ว ตาเถรแกมีดูโอ้ด้วยน่ะเนี้ย :ร้ายกาจ ร้ายกาจ 

 มีคนบอกว่า พื้นหลัง ของตาเถรยายชี ที่จริงแล้ว เป็นบุคคลผู้ทรงศีล หรือพรมจรรย์ และเป็นทั้งผู้มีวัยวุฒิ เป็นบุคคลที่น่าเอาเยี่ยงอย่าง แต่ไฉนเลยข้อมูลของ 2 ท่านผู้นี้ เป้นบทความในทำนองของนิทาน ซึ่งมักเป็นเรื่องตลก ขบขัน และบางที ก็ส่อไปทาง หยาบคาย ลามกจกเปรต ซ่ะเป็นส่วนมาก

จากประสบการณ์ส่วนตัวผมเอง คำว่า ตาเถรยายชี ไม่ค่อยจะคุ้นในทำนองของนิทานหรือเรื่องเล่า แต่ที่พอจะเคยได้ยินกันอยู่บ้าง ก็เฉพาะเวลาอยู่กับ ลุงๆ ป้าๆ ปู่ๆ ย่าๆ ตาๆ ยายๆ เนี้ยแหละ พวกท่านมักจะเอ่ยขึ้นมา เวลาตกใจหรือได้ยินเรื่องที่ไม่คาดฝันมาก่อนในชีวิต (ขนาดนั้นเลยเชียว)

:กลับบ้านต่างจังหวัดคราก่อน แวะไปเยี่ยมกับคุณยายบ้านข้างๆซึ่งกำลังตะบันหมากเตรียมบริโภค  บอกเล่าสารทุกข์สุกดิบ ยายถามมาว่า เป็นไงบ้างแล้ว เรียนจบ จะได้เป็นเจ้าคนนายคนหรือยังพร้อมทั้งยัดหมากหนึ่งกำมือเข้าปากไปอย่างชำนาญ

ผมก็ตอบไปอย่างฉะฉ่านว่า เนี้ย เดือนก่อนถูกเรียกตัวให้ไปรับตำแหน่ง "นาย ก" น่ะยาย แต่เสียดาย ที่แมวที่บ้านเสีย เลยสละสิทธ์ไป

ยายทำตาเหลือกแสดงความเหลื่อเชื่อในความมุมานะของผมจนโดนเรียกให้ไปรับตำแหน่ง นาย ก แต่ก็อุทานคำพูดแทนการเสียดาย อย่างหาที่เปรียบมิได้

 "ตาเถร จริงหรอลูก แหม๋มันน่าเสียดายแทนโคตรเหง้าเอ็งว่ะ" พร้อมด้วย น้ำหมากกระเฉาะเบ่อเร่อ 

อืม ชั่งเป็นประสบการณ์โดยตรงที่ได้เจอ ตาเถร ตัวเปียกๆอย่างใกล้ชิดก็ครานั้นแหละครับ:

 

 

 

อีแป้น.....(ผมรู้สึกลมเย็นยังไงชอบกล)

:อกอีแป้นจะแตก:

อีแป้น: (คิดแล้วมันน่าน้อยใจว่ะ) ทำไมต้องเป็นกูด้วยเนี้ย อีนู้นอีนี้ บ้างไม่ได้หรือยังไง อกใครก็อกมันดิ

           ทำไมมายุ่ง กะอกกูเนี้ยะฮึ...

 

 :เอ่อ แล้วทำไมต้องเป็นอีแป้นด้วยล่ะ

คือถ้าบังเอิญวันดีคืนดีผมนึกครึ้มอกครึ้มใจ อยากจะอุทาน อะไรซักอย่างออกมาท่ามกลางสาธารณชนคนหมู่มาก ครุ่นคิดอยู่นานก็ได้คำว่า "อุ้ยต๊ายยย อกอีแป้นจะแตก" แล้วบังเอิญอีกว่าหญิงสาวนางหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างผมนั้น เธอชื่อ แป้น      (อืม... อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นเนี้ย) แล้วก็บังเอิญอีกทีว่า เค้าเก็บกดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเรื่องคำว่า "อกอีแป้นแตก" มานานแล้ว

อีแป้น: พอกันที่ กูทนไม่ไหวแล้ว

          กูทนมาจนใส้จะเลื่อนแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าคำๆนี้มันจะหายไปจากโลกอัน           

          จ๊อมเจ๊าะนี้เสียที นี่เมื่อวานกูเพิ่งประกาศการหมดความอดทนครั้งสุดท้ายไป เพราะไอ้เด็กข้างบ้านตัวดี

          มันเล่นพูดกันเป็นอาชีพเลย ยังไม่พอ มันยังเอาไปบอกเพื่อนในห้องเรียนมันอีก

         ตอนนี้กูเหลืออดเหลือทนแล้ว กูจะฟ้องมึง

 

 

กูเอง: ....!!!( เอ้า นี่กูผิดหรอเนี้ย) กูแค่อุทาน กูอยากตกใจ กูมีความสุข ใครๆเค้าก็อุทานกัน

        เป็นเรื่องธรรมดาน่ะ ตัวเธอเอ่ย

อีแป้น: กูไม่รู้แหละกูจะฟ้องมึง ฐานหมิ่นประมาณ และการดูหมิ่นกูซึ้งหน้า

กูเอง: ....!!!@_@

 

:แล้วบังเอิญว่า (มันจะบังเยอะอะไรขนาดนี้) ศาลท่านประทับรับฟ้อง

 

ฟ้องฐานหมิ่นประมาท

หมิ่นประมาทผู้อื่นให้ได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียง เป็นการละเมิดในทางแพ่ง ไม่ว่าผู้หมิ่นประมาท (ในที่นี้คือกูเอง) จะกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อก็ตามแต่ ( เอิ่ม... ผมนึกครึ้มอกครึ้มใจ ครับศาลที่เคารพ)  แต่อาจเป็นความผิดในทางอาญาด้วย (แค่กูอุทานเนี้ยน่ะ) ถ้าผู้กระทำได้ทำโดยเจตนา เพราะการทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงโดยไม่เจตนาไม่เป็นความผิดทางอาญา (ก็ผมไม่ได้เจตนา จะพูดอาญา มาทำไมให้ตกใจล่ะท่านเอ้ยย) เช่นการกล่าวข้อความหรือแพร่ข่าวอันเป็นเท็จ โดยผู้กระทำไม่มีเจตนาจนเกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงของคนอื่น

นอกจากโจทย์จะยื่นฟ้อง จำเลยฐานหมิ่นประมาทแล้วยังยื่นฟ้องดูหมิ่นซึ่งหน้าไว้อีกด้วยด้วย (มึงให้เค้าตัดสินประหารกูเลยมั้ยอีแป้น)

หมิ่นประมาท คือ การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 (เอ่อ   วันนั้นคนเยอะด้วย อ่ะ ... แต่กูแค่อุทานน่ะแป้น) โดยทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง โดยกฎหมายอาญามาตรา 326 บัญญัติว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที 3 โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูดเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน หมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฐานดูหมิ่น คือ บุคคลอื่นซึ่งทำการด่าทอ (กูบอกแล้วว่ากูอุทานนนน) หรือเหยียดหยามกันซึ่งหน้า (มันยืนอยู่ข้างผมครับ แค่เฉียดๆ บ้านผมไม่เรียกว่าซึ่งหน้าน่ะ ศาลที่เคารพรัก) หรือ โฆษณา มีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งจับ ::: เฮ้ยย

                                                                 ทั้งจับทั้งปรำ ::: เฮ้ยย

                                                                 ทั้งปรับทั้งปรำ ::: เฮ้ยย

                                                                 ทั้งจำทั้งปรับ ::: เฮ้ยย

                                                                  ถูกแล้ว::: (ไม่น่าเชื่อว่ากูจะเล่นมุกนี้)

 

       : อีแป้นนนน กูไปเผาบ้านญาติผู้ใหญ่มึงหรือไงเนี้ยฮ่ะ

         มึงจะบ้าหรือไงล่ะตัวเธอ นี้กูอนุรักษ์คำเก่าคำแก่ ไว้ให้ลูกหลานพึ่งสังวรณ์ใจเลยน่ะเนี้ย

        กูมีประโยชน์ต่อสังคมน่ะเนี้ย เมื่อปีที่แล้วกูไม่ได้รับรางวัล เยาวชนดีเด่นก็บุญแล้ว

        นี่มึงเล่นฟ้องข้อหาต่อพลเมืองดีเลยน่ะ รู้ตัวหรือเปล่า ฮึ...

: อันนั้นก็ว่ากันไป :

 

 

แต่ถ้าพูดถึงความเป็นมาแล้วนั้น อีแป้น ก็ไม่ได้น้อยหน้าตาเถรผู้มีอาวุโสกว่าเลยแม้แต่น้อย อีแป้นซ่ะอย่าง จะยอมให้ใครเหนือกว่าเป็นไม่ได้

ตาเถร มี ยายชี

อีแป้น ก็มี อีปุก เป็นซี้ล่ะว่ะ....ฮิ้วววว

: หาข้อมูลเกือบวัน สุดท้ายได้มาแค่เนี้ยะ

:: อกอีปุกแตก , อกอีแป้นแตก

    ความหมาย : คำพูดที่เปล่งออกมาเมื่อตกใจ เป็นต้น (ใช้แก่ผู้หญิง)

 

อ้าวห่าน นี้เค้ากำหนดให้เฉพาะผู้หญิงพูดกันหรอกหรอเนี้ย (แต่ไม่เป็นไร กูแค่ครึ้มอกครึ้มใจ)

แล้วที่พร่ามมาทั้งหมดเนี้ย ก็ไม่ใช่ว่าจะเจอตัวตน ตาเถรกะอีแป้น น่ะ เพราะทั้งหมดทั้งมวล มันคือสำนวน น่ะครับ

เฮ้อ...อกกูเนี้ยจะแตก (กูเหนื่อย)

 

ปล.เหตุการณ์ระหว่าง "กูเอง" กับ "อีแป้น" เป็นเพียงเรื่องบังเอิญสมมติ น่ะจ๊ะ

 

Comment

Comment:

Tweet

#4 By (49.230.68.29|49.230.68.29) on 2015-05-27 18:10

หยิวๆ

#3 By Naikratoan Regg3Ae!! on 2010-01-31 20:51

ฮาฮา

ว้ายอกอีแป้นจะแตก
ชั้นจะโดนฟ้องมั้ย??

เขียนblog สนุกจริงๆชอบๆconfused smile sad smile

#2 By G-cheeze on 2010-01-31 20:51

มาซิบบอกว่าแก้ข้อมูลเรียบร้อยเเล้วนะครับ..

อกอีแป้นจะแตก ..เคยได้ยินเเต่เกย์กระเทยร้อง

#1 By Naikratoan Regg3Ae!! on 2010-01-31 20:51