:บทความนี้ไม่ได้กำหนดความเป็นส่วนตัวเฉพาะคนไม่มีอะไรทำ
           เพียงฝ่ายเดียว คนทีมีอะไรทำก็อ่านได้น่ะฮ่ะ

 

 

เอาเป็นว่า ผมทำขึ้นมาเองแหละครับหลังจากไม่มีอะไรทำ(ฮึๆ ว่างขนาดนั้นเลยตู)
เพราะว่าวันนี้ มันเป็นวันหยุดน่ะ (อันที่จริงแล้วผมก็หยุดทุกวันน่ะ ไม่มีอะไรทำ) ตื่นมาก็เที่ยงแระ แหกขี้ตามานั่งหน้าคอม แปบนึง ก็ลุกไปอาบน้ำ กว่าจะได้ไปกินข้าวก็ 3 โมงนู้นแนะ กินเส็ดไปอ่านหนังสือ ได้ 2-3 หน้า แล้วก็ละควาวมสนใจมาที่คอมพิวเตอร์ แล้วก็ตันครับ

!!! ณ ตอนนั้นเองที่ผมกระซิบกับตัวเองว่า~~เฮ้ยยย...นี้กูไม่มีอะไรทำ หรอเนี้ยยยยย~~

(ฟูมฟาย) : ทำไมชีวิตมันขาดสีสรรขนาดนี้ เมื่อคืนกูก็ทะเลาะกับญี่ปุ่นไปแล้วน่ะ สีสรรชิหายเลยน่ะ จนถึงตอนนี้ญี่ปุ่นยังงอลไม่เลิกเลย แล้วนี้ทำไมโชคชะตาชีวิตกูถึงได้มาพบทางตันแบบนี้ กูไปทำอะไรให้ไม่น่าเชื่อถือ เหมือน GT 199 หรือยังไงกัน (ฮือๆ...) ทำไมกูถึงไม่มีอะไรทำว่ะ :

 

ว่าแล้วก็สงสัยครับ
เอ๊ะ เพราะอะไรทำไมตูไม่มีอะไรทำว่ะ มีคนจำพวกเดียวกันอยู่บนโลกอันจ้อมเจ๊าะ ใบนี้มั้ยน่ะ
คิดไปคิดมาก็เลยเถิดไปถึงว่า อะไรบ้างที่เป็นสาเหตุให้ไม่มีอะไรทำ (เฮ้อออ... ยอมรับว่าละอายแก่ใจมากครับ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แลดูเหมือนตัวเองเป็นขยะสังคมยังไงไม่รู้ อิอิ) คิดๆๆ เผื่อการคิด จะบั้นทอนไอ้ไม่มีอะไรทำ
ในตัวผมนี่ออกไปบ้าง

 

ผมเลยแยกมาเป็น ข้อๆ ตามที่สมองอุ่นๆของผมจะแยกได้และคิดออกครับ

 

1. ไม่มีอะไรทำ เพราะ (กู)ไม่อยากจะทำอะไร

เป๊ะเลยครับ ข้อแรกมา (กู ชัดๆ) ก็เหมือนกับหยิบตัวเองมาประจาน คือ มันออกแนวขี้เกียจน่ะครับ "ไม่อยากทำอะไร" ให้เด็ก ป.2 มาอ่านในใจมันก็ต้องคิดแระครับว่า "ก็มึงมีอันจะทำอยู่แต่มึงไม่ทำเอง" ใช่แล้ว ทั้งที่มีอันจะทำอยู่แต่อยากแอ๊บแบ๊วทำตัวไม่มีอะไรจะทำ ซ่ะดื้อๆ บุคคลจำพวกนนี้ไม่น่าคบหาครับ(อ้าว) ถ้าสังเกตเห็นคนพวกนี้กรุณาสั่งสอนทีเหอะครับ เวลาผ่านไปไม่ย้อนกลับ ทุกวินาทีมีค่า จะปล่อยเลยผ่านไปเฉยๆแล้วจะไม่คิดเสียดายที่หลัง พอถึงตอนนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ชีวิตเรามันสั้นครับ จะทำอะไรก็รีบๆทำซ่ะตั้งแต่ตอนนี้ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

:เอ้าก็กูไม่มีอะไรจะทำนี่~~~(ฮึๆ)

 

2. ไม่มีอะไรทำ เพระ คุณแม่ขอร้อง

คือแบบว่าคุณหนูน่ะฮ่ะ ทำนู้นเดี๋ยวเหนื่อย ทำนี้เดี๋ยวมือด้าน ทำนั้นเดี๋ยวหมดแรง
คือแบบว่าคุณแม่เป็นห่วงนะคะ เผอิญบ้านมีตังค์ เลยจ้างคนใช้ให้มาทำอะไรๆในบ้านแทนหมดเลยนะคะ
ทั้ง กวาดบ้าน ซักผ้า ล้างจาน จ่ายตลาด ทำกับข้าว ดูทีวี เล่นคอม อ่านบล็อก อีนี่มันทำแทนทุกอย่างเลยคะ
จนไม่กี่วันมานี้ มันไปลงทะเบียนเรียนแทนนู๋แล้ว หวังไว้ลึกๆว่าอีกไม่นานมันคงไปนั่งเลคเชอร์ เข้าสอบ
เหล่หนุ่มวิศวะ แล้วอีกไม่กี่ปีมันคงรับ ปรญ. แทนนู๋ด้วยนะคะ ก็ทำไงได้ล่ะคะ คุณแม่ขอร้อง

:เอิ่ม...ผมว่าให้เค้าทำอะไรด้วยตัวเองบ้างเถอะครับ ท่านผู้ปกครองดีเด่น

 

3. ไม่มีอะไรทำ เพราะ ร่างกายไม่อำนวย (อันนี้เราไม่นับถึงพิการน่ะครับ)

ยกตัวอย่าง บุคคลท่านนั้นอาจประสบเหตุโดยตรงกับปัญหาทางร่างกาย เช่น เป็นริดซี่ (อืม..)
ทำอะไรก็ขัดๆไม่สะดวก ลุกก็โอย นั่งก็โอย อันนี้น่าเห็นใจครับ

อย่างเหตุที่ผมประสบอยู่ตอนนนี้ก็เช่นกันครับ ไม่ใช่ตัวเองหรอกครับ คือคนใกล้ตัวน่ะ (ใกล้มาก)
ญี่ปุ่นแฟนผมเองแหละ เอนทรี่ก่อน พูดแว็บๆไปว่า เธอได้รับอุบัติเหตุรถ มอ' ไซค์คว่ำ ไหล่หลุด
ตอนนี้เลยต้องใส่เฝือกดามไหล่ไว้อยู่น่ะครับ เห็นอยู่ทุกวันยังนึกขำ คือเฝือกมันแข็งๆน่ะครับเลยเหมือนยกไหล่ตลอดเวลาไหล่ก็เลย เชิดๆหน่อยนึง คิดในใจว่า
นี่ไหล่หลุด หรือเป็นฝีที่จักกะแร้ ว่ะ แอร๊ยยยยยยยยยยย

ญี่ปุ่นทำนู้นหน่อยดิ : ยูริ ยกแขนไม่ถนัด อ่ะ

ญี่ปุ่นทำนี้หน่อยดิ : ยูริ ปวดไหล่อยู่น่ะ หมอบอกไม่ให้ขยับมากเดี๋ยวมันหายช้า

อืม : !!!

นอกจากจะทำอะไรไม่ถนัดแล้ว ยังเพิ่มภาระให้ตัวเองอีก ไหล่หลุดไม่ถึงวัน น้ำหนักตัวเพิ่ม เป็นกิโล(ก็แบกเฝือกไว้ขนาดนั้น อิอิ ) ช่วงนี้เลย กินๆ นอนๆ น้ำหนักตัวจริงๆที่เพิ่มขึ้นมาจากเดิม ก็ประมาณ 7 กิโลกรัม เข้าไปแล้ว ต้องบอกไว้ก่อนน่ะว่า อีกเป็นเดือนถึงจะครบกำหนดถอดเฝือก ฮึๆ ไม่ต้องทำอะไร สบายเค้าซิ
(มาอ่านเจอกูจะโดนมั้ยเนี้ย อิอิ ล้อเล่ง ล้อเล่ง หายไวๆน่ะคนดี)

 

4. ไม่มีอะไรทำ เพราะ เพื่อนกูก็ไม่มีอะไรทำเหมือนกัน ห๊าๆ

ข้อมูลขณะคุยโทรศัพท์

เพื่อน 1 : เอ่อ มึงหรอ

เพื่อน 2 : เอ่อ ฮัลหรู่ กูเองว่าไง

เพื่อน 1 : เอ่อเห้ย เปล่าหรอก แค่เบื่อๆ ไม่มีอะไรทำว่ะ มึงอ่ะทำอะไรอยู่

เพื่อน 2 : เหมือนกูเลยว่ะ กูก็ไม่มีอะไรทำ นี่ถ้ามึงไม่โทรหากู กูก็ว่าจะโทรไปหามึงเหมือนกัล น่าเบื่อว่ะ

เพื่อน 1 : เอ่อ...อืม

เพื่อน 2 : ...

เพื่อน 1 : ...!

เพื่อน 2 : ...!!!

:เอากันเข้าไปเลยพวกนี้ นี่มาแบบแท็กทีมเลยวุ้ย

 

5. ไม่มีอะไรทำ เพราะ รักษ์โลก

จะเปิดคอม : เห้ยย ยิ่งไม่มีอะไรทำอยู่ด้วย จะเปิดทำไมว่ะ เปลืองไฟ โลกร้อน

จะดูทีวี : ไอ้นี่ก็เหมือนกัน ไม่มีอะไรทำแล้วจะดูไปทำไม เปลืองไฟ โลกร้อน

จะอาบน้ำ : มึงไม่มีอะไรทำแล้วจะอาบทำไม เหงื่อไม่ทันจะออกเลย เปลืองน้ำ โลกร้อน

จะกินข้าว : ก็ไม่มีอะไรจะทำ แล้วจะกินข้าวเอาแรงไปทำห่านอะไรล่ะ (เอ้า) เปลืองทรัพยากรธรรมชาติ โลกร้อน

จะออกไปข้างนอก: อ้าวไอ้นี้ ถ้าออกไปก็มีอะไรทำกันพอดีซิว่ะ (เอ้าๆๆ) เปลืองแรง โลกร้อน

อืม: !!!

 

 

นานวันไปสมองยิ่งฟุ่งซ่าน ไม่รู้ว่าที่คิดๆแยกๆมานี่จะมีใครเป็นบ้างหรือเปล่าน่ะครับ พอดีครึ้มอกครึ้มใจ หาเรื่องอัพบล็อกตัวเอง   หลังจากที่อัพไปแล้ว 2 เอนทรี่ กด Publish แล้วไม่ขึ้นหน้าแรก เลยเป็นเหมือนข้อควาวมส่วนตัวเก็บไว้อ่านมันคนเดียว ฮึ พูดไปแล้วก็น่าน้อยใจซ่ะนี้กระไร 

ไม่มีอะไรทำ ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ตราบใดที่คนอื่นไม่เดือดร้อนเพราะเรา ถ้าอยากทำแต่คิดไรไม่ออกจริงๆ ผมแนะนำครับ นู้นเลยครับ เฮติ ไปเลยครับ เค้ายังงัดหาศพกันให้วุ่นอยู่เลย เอิ๊กๆ ส่วน จขบ ตอนนี้มีอะไรทำแล้วครับ(ขอไว้เป็นส่วนตัว) เอนทรี่นนี้จบแล้ว เงินทองไหลมาเทมาครับ(สำหรับคนมีอันจะทำน่ะ) สวัสดีครับ

ตามหา ตาเถร กะ อีแป้น

posted on 31 Jan 2010 00:33 by oh-yuri

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ญี่ปุ่น: หัวโต หัวโต ตาเถรคือใคร

หัวโต: หา...

ญี่ปุ่น: ตาเถรเป็นใครอ่ะ เมื่อกี้คุยโทรศัพท์กับแม่ บอกเรื่องมอ'ไซค์ คว่ำ

          ไหล่หลุด แม่ร้องว่า ว๊าย ตาเถร

หัวโต: อ่อ มันเป็นคำอุทานเวลาคนเค้าตกใจน่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก

ญี่ปุ่น: ฮึ ไม่จริงหรอก คำอุทานทำไมต้องมีชื่อคนด้วยล่ะ เดี๋ยวเอาไว้ตอนเย็น

          โทไปถามแม่เองก็ได้ ตาเถรคือใคร

หัวโต: อืม ตามใจ งั้นฝากถามแม่ด้วยแล้วกันน่ะ ว่า อีแป้น เป็นใคร

ญี่ปุ่น: อีแป้น...??? (ใครมาจากไหนอีกล่ะเนี้ย)

 

 

ตาเถรไหน

อีแป้นไหน

พวกเค้าเหล่านั้นเป็นใครกัน (ก็นั้นอ่ะดิ ใครว่ะ กูอยากรู้)

 

 

เราๆท่านๆเคยสงสัยกันมั้ยครับว่า บุคลที่ผมยกมาข้างต้นนี้ เค้าคือใคร เค้าได้รับการจองล้างจองผลาญ

เอาชีวิตอะไรหนักหนา เค้าไปเผาบ้านบรรพบุรุษคนไทยที่ไหนหรือเปล่า หรือเค้าได้กระทำคุณาประโยชน์

อันยิ่งใหญ่ไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ศึกษาหาควาวมรู้ใส่สมองอย่างไรหรือไม่ม 

แต่ผมก็ไม่เคยพบปรากฏเห็นเป็นหลักฐาน

หรือเป็นเพียงแค่ บุคคลหนึ่งที่โลกไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำเรื่องราวของพวกเค้าก็ได้

เพราะจะจำหรือไม่จำโลกก็ไม่เห็นจะเย็นลงเลยซักนิด

 

"แต่กูอยากรู้ครับ พี่น้อง" ( ฮึๆ )

 

งั้นเราตามมาดูกันดีกว่า ว่า ตาเถร กะ อีแป้น เป็นญาติฝ่ายไหนของเรากันแน่

 

ตาเถร

มาที่ตาเถรก่อนเลย :โปรดเอื้อเฟื้อ แก่การกล่าวถึง ผู้ชรา และสตรี ตามลำดับ:

สืบไปสืบมา ตาเถรแกไม่ได้มาคนเดียวครับ (ฮือฮา...) แกมีคู่หูด้วย หรือจะเรียกว่า คู่กรรมคู่เวรกันจะเหมาะกว่า จากข้อมูลเก่าแก่ (แน่นอนว่า เรื่องนี้คงเป็นอีกเรื่องที่ไม่มีความร่วมสมัยอยู่เลยแม้แต่น้อย) จากข้อมูลเก่าเผยให้รู้ว่า เมื่อกล่าวถึงตาเถรแล้ว มักจะมียายชีพ่วงอยู่ด้วยเสมอ จน (คนที่มีอายุรุ่นราวคราวลุง ป้า เป็นต้นไป) พูดกันติดปากว่า "ตาเถรยายชี" แต่เท่าที่ผมจำความได้ก็เคยได้ยินแต่ ชื่อเสียงเรียงนาม ของ ตาเถร แต่เพียงผู้เดียว ไม่ยักจะเคยได้ยินชื่อ ยายชี (เลย) บ่อยนัก จนได้มีโอกาศมาสืบค้นข้อมูลแล้วจึงรู้ว่า แท้จริงแล้ว ตาเถรแกมีดูโอ้ด้วยน่ะเนี้ย :ร้ายกาจ ร้ายกาจ 

 มีคนบอกว่า พื้นหลัง ของตาเถรยายชี ที่จริงแล้ว เป็นบุคคลผู้ทรงศีล หรือพรมจรรย์ และเป็นทั้งผู้มีวัยวุฒิ เป็นบุคคลที่น่าเอาเยี่ยงอย่าง แต่ไฉนเลยข้อมูลของ 2 ท่านผู้นี้ เป้นบทความในทำนองของนิทาน ซึ่งมักเป็นเรื่องตลก ขบขัน และบางที ก็ส่อไปทาง หยาบคาย ลามกจกเปรต ซ่ะเป็นส่วนมาก

จากประสบการณ์ส่วนตัวผมเอง คำว่า ตาเถรยายชี ไม่ค่อยจะคุ้นในทำนองของนิทานหรือเรื่องเล่า แต่ที่พอจะเคยได้ยินกันอยู่บ้าง ก็เฉพาะเวลาอยู่กับ ลุงๆ ป้าๆ ปู่ๆ ย่าๆ ตาๆ ยายๆ เนี้ยแหละ พวกท่านมักจะเอ่ยขึ้นมา เวลาตกใจหรือได้ยินเรื่องที่ไม่คาดฝันมาก่อนในชีวิต (ขนาดนั้นเลยเชียว)

:กลับบ้านต่างจังหวัดคราก่อน แวะไปเยี่ยมกับคุณยายบ้านข้างๆซึ่งกำลังตะบันหมากเตรียมบริโภค  บอกเล่าสารทุกข์สุกดิบ ยายถามมาว่า เป็นไงบ้างแล้ว เรียนจบ จะได้เป็นเจ้าคนนายคนหรือยังพร้อมทั้งยัดหมากหนึ่งกำมือเข้าปากไปอย่างชำนาญ

ผมก็ตอบไปอย่างฉะฉ่านว่า เนี้ย เดือนก่อนถูกเรียกตัวให้ไปรับตำแหน่ง "นาย ก" น่ะยาย แต่เสียดาย ที่แมวที่บ้านเสีย เลยสละสิทธ์ไป

ยายทำตาเหลือกแสดงความเหลื่อเชื่อในความมุมานะของผมจนโดนเรียกให้ไปรับตำแหน่ง นาย ก แต่ก็อุทานคำพูดแทนการเสียดาย อย่างหาที่เปรียบมิได้

 "ตาเถร จริงหรอลูก แหม๋มันน่าเสียดายแทนโคตรเหง้าเอ็งว่ะ" พร้อมด้วย น้ำหมากกระเฉาะเบ่อเร่อ 

อืม ชั่งเป็นประสบการณ์โดยตรงที่ได้เจอ ตาเถร ตัวเปียกๆอย่างใกล้ชิดก็ครานั้นแหละครับ:

 

 

 

อีแป้น.....(ผมรู้สึกลมเย็นยังไงชอบกล)

:อกอีแป้นจะแตก:

อีแป้น: (คิดแล้วมันน่าน้อยใจว่ะ) ทำไมต้องเป็นกูด้วยเน