:บทความนี้ไม่ได้กำหนดความเป็นส่วนตัวเฉพาะคนไม่มีอะไรทำ
           เพียงฝ่ายเดียว คนทีมีอะไรทำก็อ่านได้น่ะฮ่ะ

 

 

เอาเป็นว่า ผมทำขึ้นมาเองแหละครับหลังจากไม่มีอะไรทำ(ฮึๆ ว่างขนาดนั้นเลยตู)
เพราะว่าวันนี้ มันเป็นวันหยุดน่ะ (อันที่จริงแล้วผมก็หยุดทุกวันน่ะ ไม่มีอะไรทำ) ตื่นมาก็เที่ยงแระ แหกขี้ตามานั่งหน้าคอม แปบนึง ก็ลุกไปอาบน้ำ กว่าจะได้ไปกินข้าวก็ 3 โมงนู้นแนะ กินเส็ดไปอ่านหนังสือ ได้ 2-3 หน้า แล้วก็ละควาวมสนใจมาที่คอมพิวเตอร์ แล้วก็ตันครับ

!!! ณ ตอนนั้นเองที่ผมกระซิบกับตัวเองว่า~~เฮ้ยยย...นี้กูไม่มีอะไรทำ หรอเนี้ยยยยย~~

(ฟูมฟาย) : ทำไมชีวิตมันขาดสีสรรขนาดนี้ เมื่อคืนกูก็ทะเลาะกับญี่ปุ่นไปแล้วน่ะ สีสรรชิหายเลยน่ะ จนถึงตอนนี้ญี่ปุ่นยังงอลไม่เลิกเลย แล้วนี้ทำไมโชคชะตาชีวิตกูถึงได้มาพบทางตันแบบนี้ กูไปทำอะไรให้ไม่น่าเชื่อถือ เหมือน GT 199 หรือยังไงกัน (ฮือๆ...) ทำไมกูถึงไม่มีอะไรทำว่ะ :

 

ว่าแล้วก็สงสัยครับ
เอ๊ะ เพราะอะไรทำไมตูไม่มีอะไรทำว่ะ มีคนจำพวกเดียวกันอยู่บนโลกอันจ้อมเจ๊าะ ใบนี้มั้ยน่ะ
คิดไปคิดมาก็เลยเถิดไปถึงว่า อะไรบ้างที่เป็นสาเหตุให้ไม่มีอะไรทำ (เฮ้อออ... ยอมรับว่าละอายแก่ใจมากครับ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แลดูเหมือนตัวเองเป็นขยะสังคมยังไงไม่รู้ อิอิ) คิดๆๆ เผื่อการคิด จะบั้นทอนไอ้ไม่มีอะไรทำ
ในตัวผมนี่ออกไปบ้าง

 

ผมเลยแยกมาเป็น ข้อๆ ตามที่สมองอุ่นๆของผมจะแยกได้และคิดออกครับ

 

1. ไม่มีอะไรทำ เพราะ (กู)ไม่อยากจะทำอะไร

เป๊ะเลยครับ ข้อแรกมา (กู ชัดๆ) ก็เหมือนกับหยิบตัวเองมาประจาน คือ มันออกแนวขี้เกียจน่ะครับ "ไม่อยากทำอะไร" ให้เด็ก ป.2 มาอ่านในใจมันก็ต้องคิดแระครับว่า "ก็มึงมีอันจะทำอยู่แต่มึงไม่ทำเอง" ใช่แล้ว ทั้งที่มีอันจะทำอยู่แต่อยากแอ๊บแบ๊วทำตัวไม่มีอะไรจะทำ ซ่ะดื้อๆ บุคคลจำพวกนนี้ไม่น่าคบหาครับ(อ้าว) ถ้าสังเกตเห็นคนพวกนี้กรุณาสั่งสอนทีเหอะครับ เวลาผ่านไปไม่ย้อนกลับ ทุกวินาทีมีค่า จะปล่อยเลยผ่านไปเฉยๆแล้วจะไม่คิดเสียดายที่หลัง พอถึงตอนนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ชีวิตเรามันสั้นครับ จะทำอะไรก็รีบๆทำซ่ะตั้งแต่ตอนนี้ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

:เอ้าก็กูไม่มีอะไรจะทำนี่~~~(ฮึๆ)

 

2. ไม่มีอะไรทำ เพระ คุณแม่ขอร้อง

คือแบบว่าคุณหนูน่ะฮ่ะ ทำนู้นเดี๋ยวเหนื่อย ทำนี้เดี๋ยวมือด้าน ทำนั้นเดี๋ยวหมดแรง
คือแบบว่าคุณแม่เป็นห่วงนะคะ เผอิญบ้านมีตังค์ เลยจ้างคนใช้ให้มาทำอะไรๆในบ้านแทนหมดเลยนะคะ
ทั้ง กวาดบ้าน ซักผ้า ล้างจาน จ่ายตลาด ทำกับข้าว ดูทีวี เล่นคอม อ่านบล็อก อีนี่มันทำแทนทุกอย่างเลยคะ
จนไม่กี่วันมานี้ มันไปลงทะเบียนเรียนแทนนู๋แล้ว หวังไว้ลึกๆว่าอีกไม่นานมันคงไปนั่งเลคเชอร์ เข้าสอบ
เหล่หนุ่มวิศวะ แล้วอีกไม่กี่ปีมันคงรับ ปรญ. แทนนู๋ด้วยนะคะ ก็ทำไงได้ล่ะคะ คุณแม่ขอร้อง

:เอิ่ม...ผมว่าให้เค้าทำอะไรด้วยตัวเองบ้างเถอะครับ ท่านผู้ปกครองดีเด่น

 

3. ไม่มีอะไรทำ เพราะ ร่างกายไม่อำนวย (อันนี้เราไม่นับถึงพิการน่ะครับ)

ยกตัวอย่าง บุคคลท่านนั้นอาจประสบเหตุโดยตรงกับปัญหาทางร่างกาย เช่น เป็นริดซี่ (อืม..)
ทำอะไรก็ขัดๆไม่สะดวก ลุกก็โอย นั่งก็โอย อันนี้น่าเห็นใจครับ

อย่างเหตุที่ผมประสบอยู่ตอนนนี้ก็เช่นกันครับ ไม่ใช่ตัวเองหรอกครับ คือคนใกล้ตัวน่ะ (ใกล้มาก)
ญี่ปุ่นแฟนผมเองแหละ เอนทรี่ก่อน พูดแว็บๆไปว่า เธอได้รับอุบัติเหตุรถ มอ' ไซค์คว่ำ ไหล่หลุด
ตอนนี้เลยต้องใส่เฝือกดามไหล่ไว้อยู่น่ะครับ เห็นอยู่ทุกวันยังนึกขำ คือเฝือกมันแข็งๆน่ะครับเลยเหมือนยกไหล่ตลอดเวลาไหล่ก็เลย เชิดๆหน่อยนึง คิดในใจว่า
นี่ไหล่หลุด หรือเป็นฝีที่จักกะแร้ ว่ะ แอร๊ยยยยยยยยยยย

ญี่ปุ่นทำนู้นหน่อยดิ : ยูริ ยกแขนไม่ถนัด อ่ะ

ญี่ปุ่นทำนี้หน่อยดิ : ยูริ ปวดไหล่อยู่น่ะ หมอบอกไม่ให้ขยับมากเดี๋ยวมันหายช้า

อืม : !!!

นอกจากจะทำอะไรไม่ถนัดแล้ว ยังเพิ่มภาระให้ตัวเองอีก ไหล่หลุดไม่ถึงวัน น้ำหนักตัวเพิ่ม เป็นกิโล(ก็แบกเฝือกไว้ขนาดนั้น อิอิ ) ช่วงนี้เลย กินๆ นอนๆ น้ำหนักตัวจริงๆที่เพิ่มขึ้นมาจากเดิม ก็ประมาณ 7 กิโลกรัม เข้าไปแล้ว ต้องบอกไว้ก่อนน่ะว่า อีกเป็นเดือนถึงจะครบกำหนดถอดเฝือก ฮึๆ ไม่ต้องทำอะไร สบายเค้าซิ
(มาอ่านเจอกูจะโดนมั้ยเนี้ย อิอิ ล้อเล่ง ล้อเล่ง หายไวๆน่ะคนดี)

 

4. ไม่มีอะไรทำ เพราะ เพื่อนกูก็ไม่มีอะไรทำเหมือนกัน ห๊าๆ

ข้อมูลขณะคุยโทรศัพท์

เพื่อน 1 : เอ่อ มึงหรอ

เพื่อน 2 : เอ่อ ฮัลหรู่ กูเองว่าไง

เพื่อน 1 : เอ่อเห้ย เปล่าหรอก แค่เบื่อๆ ไม่มีอะไรทำว่ะ มึงอ่ะทำอะไรอยู่

เพื่อน 2 : เหมือนกูเลยว่ะ กูก็ไม่มีอะไรทำ นี่ถ้ามึงไม่โทรหากู กูก็ว่าจะโทรไปหามึงเหมือนกัล น่าเบื่อว่ะ

เพื่อน 1 : เอ่อ...อืม

เพื่อน 2 : ...

เพื่อน 1 : ...!

เพื่อน 2 : ...!!!

:เอากันเข้าไปเลยพวกนี้ นี่มาแบบแท็กทีมเลยวุ้ย

 

5. ไม่มีอะไรทำ เพราะ รักษ์โลก

จะเปิดคอม : เห้ยย ยิ่งไม่มีอะไรทำอยู่ด้วย จะเปิดทำไมว่ะ เปลืองไฟ โลกร้อน

จะดูทีวี : ไอ้นี่ก็เหมือนกัน ไม่มีอะไรทำแล้วจะดูไปทำไม เปลืองไฟ โลกร้อน

จะอาบน้ำ : มึงไม่มีอะไรทำแล้วจะอาบทำไม เหงื่อไม่ทันจะออกเลย เปลืองน้ำ โลกร้อน

จะกินข้าว : ก็ไม่มีอะไรจะทำ แล้วจะกินข้าวเอาแรงไปทำห่านอะไรล่ะ (เอ้า) เปลืองทรัพยากรธรรมชาติ โลกร้อน

จะออกไปข้างนอก: อ้าวไอ้นี้ ถ้าออกไปก็มีอะไรทำกันพอดีซิว่ะ (เอ้าๆๆ) เปลืองแรง โลกร้อน

อืม: !!!

 

 

นานวันไปสมองยิ่งฟุ่งซ่าน ไม่รู้ว่าที่คิดๆแยกๆมานี่จะมีใครเป็นบ้างหรือเปล่าน่ะครับ พอดีครึ้มอกครึ้มใจ หาเรื่องอัพบล็อกตัวเอง   หลังจากที่อัพไปแล้ว 2 เอนทรี่ กด Publish แล้วไม่ขึ้นหน้าแรก เลยเป็นเหมือนข้อควาวมส่วนตัวเก็บไว้อ่านมันคนเดียว ฮึ พูดไปแล้วก็น่าน้อยใจซ่ะนี้กระไร 

ไม่มีอะไรทำ ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ตราบใดที่คนอื่นไม่เดือดร้อนเพราะเรา ถ้าอยากทำแต่คิดไรไม่ออกจริงๆ ผมแนะนำครับ นู้นเลยครับ เฮติ ไปเลยครับ เค้ายังงัดหาศพกันให้วุ่นอยู่เลย เอิ๊กๆ ส่วน จขบ ตอนนี้มีอะไรทำแล้วครับ(ขอไว้เป็นส่วนตัว) เอนทรี่นนี้จบแล้ว เงินทองไหลมาเทมาครับ(สำหรับคนมีอันจะทำน่ะ) สวัสดีครับ

ตามหา ตาเถร กะ อีแป้น

posted on 31 Jan 2010 00:33 by oh-yuri

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ญี่ปุ่น: หัวโต หัวโต ตาเถรคือใคร

หัวโต: หา...

ญี่ปุ่น: ตาเถรเป็นใครอ่ะ เมื่อกี้คุยโทรศัพท์กับแม่ บอกเรื่องมอ'ไซค์ คว่ำ

          ไหล่หลุด แม่ร้องว่า ว๊าย ตาเถร

หัวโต: อ่อ มันเป็นคำอุทานเวลาคนเค้าตกใจน่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก

ญี่ปุ่น: ฮึ ไม่จริงหรอก คำอุทานทำไมต้องมีชื่อคนด้วยล่ะ เดี๋ยวเอาไว้ตอนเย็น

          โทไปถามแม่เองก็ได้ ตาเถรคือใคร

หัวโต: อืม ตามใจ งั้นฝากถามแม่ด้วยแล้วกันน่ะ ว่า อีแป้น เป็นใคร

ญี่ปุ่น: อีแป้น...??? (ใครมาจากไหนอีกล่ะเนี้ย)

 

 

ตาเถรไหน

อีแป้นไหน

พวกเค้าเหล่านั้นเป็นใครกัน (ก็นั้นอ่ะดิ ใครว่ะ กูอยากรู้)

 

 

เราๆท่านๆเคยสงสัยกันมั้ยครับว่า บุคลที่ผมยกมาข้างต้นนี้ เค้าคือใคร เค้าได้รับการจองล้างจองผลาญ

เอาชีวิตอะไรหนักหนา เค้าไปเผาบ้านบรรพบุรุษคนไทยที่ไหนหรือเปล่า หรือเค้าได้กระทำคุณาประโยชน์

อันยิ่งใหญ่ไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ศึกษาหาควาวมรู้ใส่สมองอย่างไรหรือไม่ม 

แต่ผมก็ไม่เคยพบปรากฏเห็นเป็นหลักฐาน

หรือเป็นเพียงแค่ บุคคลหนึ่งที่โลกไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำเรื่องราวของพวกเค้าก็ได้

เพราะจะจำหรือไม่จำโลกก็ไม่เห็นจะเย็นลงเลยซักนิด

 

"แต่กูอยากรู้ครับ พี่น้อง" ( ฮึๆ )

 

งั้นเราตามมาดูกันดีกว่า ว่า ตาเถร กะ อีแป้น เป็นญาติฝ่ายไหนของเรากันแน่

 

ตาเถร

มาที่ตาเถรก่อนเลย :โปรดเอื้อเฟื้อ แก่การกล่าวถึง ผู้ชรา และสตรี ตามลำดับ:

สืบไปสืบมา ตาเถรแกไม่ได้มาคนเดียวครับ (ฮือฮา...) แกมีคู่หูด้วย หรือจะเรียกว่า คู่กรรมคู่เวรกันจะเหมาะกว่า จากข้อมูลเก่าแก่ (แน่นอนว่า เรื่องนี้คงเป็นอีกเรื่องที่ไม่มีความร่วมสมัยอยู่เลยแม้แต่น้อย) จากข้อมูลเก่าเผยให้รู้ว่า เมื่อกล่าวถึงตาเถรแล้ว มักจะมียายชีพ่วงอยู่ด้วยเสมอ จน (คนที่มีอายุรุ่นราวคราวลุง ป้า เป็นต้นไป) พูดกันติดปากว่า "ตาเถรยายชี" แต่เท่าที่ผมจำความได้ก็เคยได้ยินแต่ ชื่อเสียงเรียงนาม ของ ตาเถร แต่เพียงผู้เดียว ไม่ยักจะเคยได้ยินชื่อ ยายชี (เลย) บ่อยนัก จนได้มีโอกาศมาสืบค้นข้อมูลแล้วจึงรู้ว่า แท้จริงแล้ว ตาเถรแกมีดูโอ้ด้วยน่ะเนี้ย :ร้ายกาจ ร้ายกาจ 

 มีคนบอกว่า พื้นหลัง ของตาเถรยายชี ที่จริงแล้ว เป็นบุคคลผู้ทรงศีล หรือพรมจรรย์ และเป็นทั้งผู้มีวัยวุฒิ เป็นบุคคลที่น่าเอาเยี่ยงอย่าง แต่ไฉนเลยข้อมูลของ 2 ท่านผู้นี้ เป้นบทความในทำนองของนิทาน ซึ่งมักเป็นเรื่องตลก ขบขัน และบางที ก็ส่อไปทาง หยาบคาย ลามกจกเปรต ซ่ะเป็นส่วนมาก

จากประสบการณ์ส่วนตัวผมเอง คำว่า ตาเถรยายชี ไม่ค่อยจะคุ้นในทำนองของนิทานหรือเรื่องเล่า แต่ที่พอจะเคยได้ยินกันอยู่บ้าง ก็เฉพาะเวลาอยู่กับ ลุงๆ ป้าๆ ปู่ๆ ย่าๆ ตาๆ ยายๆ เนี้ยแหละ พวกท่านมักจะเอ่ยขึ้นมา เวลาตกใจหรือได้ยินเรื่องที่ไม่คาดฝันมาก่อนในชีวิต (ขนาดนั้นเลยเชียว)

:กลับบ้านต่างจังหวัดคราก่อน แวะไปเยี่ยมกับคุณยายบ้านข้างๆซึ่งกำลังตะบันหมากเตรียมบริโภค  บอกเล่าสารทุกข์สุกดิบ ยายถามมาว่า เป็นไงบ้างแล้ว เรียนจบ จะได้เป็นเจ้าคนนายคนหรือยังพร้อมทั้งยัดหมากหนึ่งกำมือเข้าปากไปอย่างชำนาญ

ผมก็ตอบไปอย่างฉะฉ่านว่า เนี้ย เดือนก่อนถูกเรียกตัวให้ไปรับตำแหน่ง "นาย ก" น่ะยาย แต่เสียดาย ที่แมวที่บ้านเสีย เลยสละสิทธ์ไป

ยายทำตาเหลือกแสดงความเหลื่อเชื่อในความมุมานะของผมจนโดนเรียกให้ไปรับตำแหน่ง นาย ก แต่ก็อุทานคำพูดแทนการเสียดาย อย่างหาที่เปรียบมิได้

 "ตาเถร จริงหรอลูก แหม๋มันน่าเสียดายแทนโคตรเหง้าเอ็งว่ะ" พร้อมด้วย น้ำหมากกระเฉาะเบ่อเร่อ 

อืม ชั่งเป็นประสบการณ์โดยตรงที่ได้เจอ ตาเถร ตัวเปียกๆอย่างใกล้ชิดก็ครานั้นแหละครับ:

 

 

 

อีแป้น.....(ผมรู้สึกลมเย็นยังไงชอบกล)

:อกอีแป้นจะแตก:

อีแป้น: (คิดแล้วมันน่าน้อยใจว่ะ) ทำไมต้องเป็นกูด้วยเนี้ย อีนู้นอีนี้ บ้างไม่ได้หรือยังไง อกใครก็อกมันดิ

           ทำไมมายุ่ง กะอกกูเนี้ยะฮึ...

 

 :เอ่อ แล้วทำไมต้องเป็นอีแป้นด้วยล่ะ

คือถ้าบังเอิญวันดีคืนดีผมนึกครึ้มอกครึ้มใจ อยากจะอุทาน อะไรซักอย่างออกมาท่ามกลางสาธารณชนคนหมู่มาก ครุ่นคิดอยู่นานก็ได้คำว่า "อุ้ยต๊ายยย อกอีแป้นจะแตก" แล้วบังเอิญอีกว่าหญิงสาวนางหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างผมนั้น เธอชื่อ แป้น      (อืม... อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นเนี้ย) แล้วก็บังเอิญอีกทีว่า เค้าเก็บกดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเรื่องคำว่า "อกอีแป้นแตก" มานานแล้ว

อีแป้น: พอกันที่ กูทนไม่ไหวแล้ว

          กูทนมาจนใส้จะเลื่อนแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าคำๆนี้มันจะหายไปจากโลกอัน           

          จ๊อมเจ๊าะนี้เสียที นี่เมื่อวานกูเพิ่งประกาศการหมดความอดทนครั้งสุดท้ายไป เพราะไอ้เด็กข้างบ้านตัวดี

          มันเล่นพูดกันเป็นอาชีพเลย ยังไม่พอ มันยังเอาไปบอกเพื่อนในห้องเรียนมันอีก

         ตอนนี้กูเหลืออดเหลือทนแล้ว กูจะฟ้องมึง

 

 

กูเอง: ....!!!( เอ้า นี่กูผิดหรอเนี้ย) กูแค่อุทาน กูอยากตกใจ กูมีความสุข ใครๆเค้าก็อุทานกัน

        เป็นเรื่องธรรมดาน่ะ ตัวเธอเอ่ย

อีแป้น: กูไม่รู้แหละกูจะฟ้องมึง ฐานหมิ่นประมาณ และการดูหมิ่นกูซึ้งหน้า

กูเอง: ....!!!@_@

 

:แล้วบังเอิญว่า (มันจะบังเยอะอะไรขนาดนี้) ศาลท่านประทับรับฟ้อง

 

ฟ้องฐานหมิ่นประมาท

หมิ่นประมาทผู้อื่นให้ได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียง เป็นการละเมิดในทางแพ่ง ไม่ว่าผู้หมิ่นประมาท (ในที่นี้คือกูเอง) จะกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อก็ตามแต่ ( เอิ่ม... ผมนึกครึ้มอกครึ้มใจ ครับศาลที่เคารพ)  แต่อาจเป็นความผิดในทางอาญาด้วย (แค่กูอุทานเนี้ยน่ะ) ถ้าผู้กระทำได้ทำโดยเจตนา เพราะการทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงโดยไม่เจตนาไม่เป็นความผิดทางอาญา (ก็ผมไม่ได้เจตนา จะพูดอาญา มาทำไมให้ตกใจล่ะท่านเอ้ยย) เช่นการกล่าวข้อความหรือแพร่ข่าวอันเป็นเท็จ โดยผู้กระทำไม่มีเจตนาจนเกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงของคนอื่น

นอกจากโจทย์จะยื่นฟ้อง จำเลยฐานหมิ่นประมาทแล้วยังยื่นฟ้องดูหมิ่นซึ่งหน้าไว้อีกด้วยด้วย (มึงให้เค้าตัดสินประหารกูเลยมั้ยอีแป้น)

หมิ่นประมาท คือ การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 (เอ่อ   วันนั้นคนเยอะด้วย อ่ะ ... แต่กูแค่อุทานน่ะแป้น) โดยทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง โดยกฎหมายอาญามาตรา 326 บัญญัติว่า ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที 3 โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูดเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน หมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฐานดูหมิ่น คือ บุคคลอื่นซึ่งทำการด่าทอ (กูบอกแล้วว่ากูอุทานนนน) หรือเหยียดหยามกันซึ่งหน้า (มันยืนอยู่ข้างผมครับ แค่เฉียดๆ บ้านผมไม่เรียกว่าซึ่งหน้าน่ะ ศาลที่เคารพรัก) หรือ โฆษณา มีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งจับ ::: เฮ้ยย

                                                                 ทั้งจับทั้งปรำ ::: เฮ้ยย

                                                                 ทั้งปรับทั้งปรำ ::: เฮ้ยย

                                                                 ทั้งจำทั้งปรับ ::: เฮ้ยย

                                                                  ถูกแล้ว::: (ไม่น่าเชื่อว่ากูจะเล่นมุกนี้)

 

       : อีแป้นนนน กูไปเผาบ้านญาติผู้ใหญ่มึงหรือไงเนี้ยฮ่ะ

         มึงจะบ้าหรือไงล่ะตัวเธอ นี้กูอนุรักษ์คำเก่าคำแก่ ไว้ให้ลูกหลานพึ่งสังวรณ์ใจเลยน่ะเนี้ย

        กูมีประโยชน์ต่อสังคมน่ะเนี้ย เมื่อปีที่แล้วกูไม่ได้รับรางวัล เยาวชนดีเด่นก็บุญแล้ว

        นี่มึงเล่นฟ้องข้อหาต่อพลเมืองดีเลยน่ะ รู้ตัวหรือเปล่า ฮึ...

: อันนั้นก็ว่ากันไป :

 

 

แต่ถ้าพูดถึงความเป็นมาแล้วนั้น อีแป้น ก็ไม่ได้น้อยหน้าตาเถรผู้มีอาวุโสกว่าเลยแม้แต่น้อย อีแป้นซ่ะอย่าง จะยอมให้ใครเหนือกว่าเป็นไม่ได้

ตาเถร มี ยายชี

อีแป้น ก็มี อีปุก เป็นซี้ล่ะว่ะ....ฮิ้วววว

: หาข้อมูลเกือบวัน สุดท้ายได้มาแค่เนี้ยะ

:: อกอีปุกแตก , อกอีแป้นแตก

    ความหมาย : คำพูดที่เปล่งออกมาเมื่อตกใจ เป็นต้น (ใช้แก่ผู้หญิง)

 

อ้าวห่าน นี้เค้ากำหนดให้เฉพาะผู้หญิงพูดกันหรอกหรอเนี้ย (แต่ไม่เป็นไร กูแค่ครึ้มอกครึ้มใจ)

แล้วที่พร่ามมาทั้งหมดเนี้ย ก็ไม่ใช่ว่าจะเจอตัวตน ตาเถรกะอีแป้น น่ะ เพราะทั้งหมดทั้งมวล มันคือสำนวน น่ะครับ

เฮ้อ...อกกูเนี้ยจะแตก (กูเหนื่อย)

 

ปล.เหตุการณ์ระหว่าง "กูเอง" กับ "อีแป้น" เป็นเพียงเรื่องบังเอิญสมมติ น่ะจ๊ะ

 

ห๊าๆๆ

คันหัวยิกๆเลย

ญี่ปุ่น : หัวโต หัวโต ต้อมบอก ริมีเหา

หัวโต : เห้ยจริงดิ ไหนลองหาดูก่อนดิ เผื่อต้อมแกล้ง เชื่อไม่ค่อยได้หรอกรายนั้น

ญี่ปุ่น : จริงๆน่ะ ริรู้สึกคันหัวเลยอ่ะ สงสัยติดมาจากน้ำหอมแน่ๆ(หลานสาวชื่อน้ำหอม)

หัวโต : โหยยไม่จริงหรอก แต่ก่อนไม่เห็นคัน พอมีคนมาทักปุ๊บ รู้สึกคันขึ้นมาเลยเชียว

 

.........

 

เอาล่ะซิครับ หลานสาวเป็น แล้วนอนด้วยกันทุกคืนด้วย

จะบอกว่าปลอดภัยก็ไม่มีมติไว้วางใจอีก

ด้วยความกระวนกระวายของญี่ปุ่นเองนั้น

เธอถึงกับลงทุนไปซือ้หวีชนิดซี่ถี่ยิบ(ฮืออ) มาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

 (อือ ก็หวีซี่ถี่เค้าเอาไว้เพื่อการนี้แระไอ้ห่าน)

พอเตรียมอุปกรณ์เสร็จสรรพแล้ว(ก็มีแค่หวีอันเดียวเนี้ยแระ)

ญี่ปุ่นจัดการ"ส่าง"ครับ อือ ถูกต้องแล้ว

 เธอใช้คำว่า ส่าง จริงๆ ฟังดูจะฮาร์ดคอร์ไปหน่อย

 แต่ถ้าเปรียบกับหน้าตาอันหวานเยิ้มของญี่ปุ่นแล้วไซ้ร

คำนี้ ดูหน้อมแหน่ม ขึ้นมามากเลยทีเดียว(หุหุ กูชมเองเลย)

หลังจากภาระกิจ ส่าง ไปได้ซักพักใหญ่ๆ ก็ไม่มีการปรากฏตัวของ

เหา ตัวต้นเหตุเลยแม้แต่ตัวเดียว

 

 

ญี่ปุ่น : เย้ ดีใจ ไม่มีเหา

หัวโต : แล้วยังคันอยู่หรือเปล่าล่ะ

ญี่ปุ่น : ฮึ ไม่คันแล้ว แต่เมื่อกี้ยังคันอยู่เลย อิอิ

หัวโต : ...!!!

 

 

ยัง ยังไม่จบแค่นั้น ไหนๆก็ ส่างตัวเองเป็นที่พึงพอใจในระดับหนึ่งแล้ว

 ลองเรียกหลานสาวผุ้มีผิวพรรณผุดผ่องเป็นยองใย ขึ้นมา ส่าง อีกคนแล้วกัน

 ว่าแล้วก็ยื่นมือเหล็ก

(คือ นิ้วหัก ดามเล็กไว้ 3 เดือนกว่าเข้าไปแระ ยังไม่มีทีท่าว่าจะติดกันเลย เฮ้ออ ซนจริง)

หมับไปที่หัวหลานสาวอย่างไว เสียงหวีเสียดสีกับเส้นผมอันดำขลับ

เสียงดัง แคร๊กกกกกก....แคร๊กกกกกกกก

 

เวลาผ่านไป นิสนึง....

 

จำนวน เหา ที่เจ้าพนักงานได้นับแล้วมีทั้งหมดเกือบๆ 30 ตัวกันเลยทีเดียว

โอ้ววว.... บร๊ะเจ้า นี้ถ้ามีทุนหน่อยกูเปิด สวนเหา

ได้เลยน่ะเนี้ย(คล้ายๆกับ สวนสัตว์ นั้นแระ)

หรือถ้าว่างจัดกูเปิดเป็นนิทรรศการเล็กๆได้เลยน่ะเออ

หัวโตที่นั่งรับฝั่งอยู่ เริ่มมีอาการคันหัว

และแน่นอน ญี่ปุ่นที่นั่งส่างอยู่เองนั้น เกาหัวตัวเองเล็บแทบหลุด

จะบ้ากันหรือเปล่าล๊า..... หัวญี่ปุ่นกะหัวกูไม่ได้มีเหากันซ่ะหน่อยเลยยยยยยย

 พวกมึงจะคันไปไหนเนี้ยยยย

 

:แล้วทำไมรู้สึกคัน ล่ะ:

 

เอ่อ เอาล่ะครับ เกิดประเด็นซิคับ

เคยมั้ยท่านอาจโชคดีได้เห็นหรือรับชมบุคคลที่ สอง หรือ สาม ได้รับอันตราย เช่น หัวแตก ต่อหน้าต่อตา(ย้ำว่า ต่อหน้าต่อตา) ท่านจะเกิดความรู้สึก ซี๊ดดดดดดด ขึ้นมาทันทีทันใด รู้สึกจิ๊ดขึ้นหัวกันเลยทีเดียว ทั้งที่เกิดมาอาสัยออกซิเจนบนโลกประทังชีวิต จนถึงวันนี้ ท่านก็ไม่เคยหัวแตกเลย แม้แต่ครั้งเดียว แล้วมึงจะซี๊ดทำไมกัน ไอ้เหี้ยนั้นแตก ไม่ใช่มึง มันนู้นที่ควรซี๊ด โอเค่

ผู้เล่า(อย่างกู)เคยประสบเหตุมากับตัวเองแล้ว(โหดกว่าที่ยกตัวอย่างข้างบนเยอะ)

เมื่อครั้งที่อายุอานามยังไม่ล่วงเลยมาถึงขนาดนี้ เคยได้รับชมสารคดีเกียวกับสัตว์ ช่อง Animal Planet พิธีกรชายรูปงามแขนล่ำเป็นมัดๆผิวสีน้ำตาลไหม้ (อือ เอาเข้าไปมึง) กำลังร่ายบทที่เพิ่งท่องจำมาก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที พูดอะไรมากูก็ฟังไมรู้เรื่องหรอกไอ้สัส โตจะเป็นควายอยู่แล้ว แม่มพูดภาษาไทยก็ไม่ได้(นี่หรือคือปัญญาชน ฮึๆ)ว่าไปนั้นเลยกู

ฉากหลังของพิธีกรต่างด้าวรายนี้คือ บรรดาฝูงควายป่าหลายสิบตัว กำลังทำกิจกรรมประจำวันของพวกมันตามปกติ (ซึ่งอันนี้ก็ไม่รู้ว่าปกติแล้วมันทำอะไรกันบ้าง)  

บ้างก็เล็มหญ้า บ้างก็ตัวเป็นดาราจำเป็น (ผิวสีซ่ะด้วยพวกมึง)

และทันใดนั้นเอง!!!!!!!

สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น

ไม่มีใครนัดหมายหรือเตรียมการรับมือใดๆมาก่อน

แมลงวันหัวเขียวตัวบักเอ๊ก บินว่อนมาเกาะโหนกแก้มสีแดงเข้มของพิธีกรพูดไทยไม่ได้รายนี้(ไม่รู้เค้าเอามันมาเป็นพิธีกรได้ไง พูดไทยก็ไม่รู้เรื่อง กูยังติดใจ) หมับเข้าให้ ฮึๆ หัวนี่เขียวอี๋เลย ไอ้ตากล้องมึงนี่ก็ชั่งซูมไปได้ เอาซ่ะเห็นหนวดมันทุกเส้นเลย นี่ถ้ากูไม่เห็นควายป่าฝูงนั้นอยู่ก่อนล่ะก็ กูนึกว่า วันนี้พวกมึงเสนอเรื่อง ไอ้หัวเขียวนี้ซ่ะแล้วน่ะ

:บัดซบ !!!!! ผมกระแอมออกมาเป็นคำพูด ในใจคิดอยากจะเอาหนังยางไปดีดไอ้หัวเขียวนี้ให้รู้แล้วรู้รอด และก่อนที่จะดีด ผมอยากจะหายใจออกแรงๆให้ขนจมูกเสียดสีกันออกมาเป็นเสียงว่า : ไปตายซ่ะ  ปิ้วว!!!!

:จากแก้มซ้าย ย้ายไปแก้มขวา โอ้วว...จะเพลิดเพลินอะไรขนาดนั้น:

ในทันใดนั้นเองผมเริ่มสังเกตถึงพฤติกรรมตัวเองว่า กำลังรู้สึกรำคาญไอ้หัวเขียวนี้ถึงขนาด เผลอขยับแก้มตัวเอง เผื่อว่ามันจะบินหนีไป เผลอเอามือขึ้นมาเกา เพราะมันรู้สึกจักกะจี้ อือ มันจักกะจี้ จริงๆน่ะเออ

ในตอนนั้นผมไม่อาจทราบได้เลยว่า อัตราประชากรโลกเหลือบตาดูสารคดีชุดนี้อยู่กี่ล้านคน อยากรู้จริงๆว่า พวกเค้าเหล่านั้น รู้สึกเหมือนผมหรือเปล่า แล้วในใจก็คิดไปถึงว่า เวลาผมยกมือไปเกาที่แก้มตัวเอง ไอ้หัวเขียวมันรู้สึกอยากโบยบินหนีห่างไปจากแก้มไอ้ต่างด้าวนั้นหรือเปล่า (หรือมึงปล่อยให้กูคิดอยู่คนเดียว)

เวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้วผมมิอาจล่วงรู้ เพราะจิตใจจดจ่ออยู่กับไอ้หัวเขียวนี้ซ่ะจนกลับมาคิดภายหลังว่ามันอาจกำลังสะกดจิตผมอยู่ก็เป็นได้ (ไอ้ห่านเอ้ย คิดไปนั้นเลยมึง) มันยังคงปักหลักยึดพื้นที่โฆษณาที่ดีที่สุดในโลก (ก็แหง๋ล่ะ โหนกแก้มพิธีกรเลยมึง) เป็นที่มั่นโดยไม่มีการรู้ได้เลยว่า มันจะโยกย้ายถิ่นฐานไปเมื่อใด แล้วที่สำคัญ :ไอ้พิธีกรเวรนี้ มึงก็ไม่ไล่มันไปซักทีล่ะเว้ยเห้ยยยยยย กูจักกะจี้: กูเกาแก้มกูจนเลือดซิบแล้วเนี้ยยย สาดดดด

พอกันทีกูทนต่อไปไม่ได้แล้ว หลังจากที่ได้รับการทรมานทางด้านจิตใจอยู่นานผมเลยตัดสินใจ กดเปลี่ยนช่องมันเสียเลย สัส: อีกหนึ่งคำสบถ ที่หลุดออกมาอย่างตั้งใจ ห๊าๆๆ ทีนี้ไอ้หัวเขียวนั้นก็ไม่ทำให้กูจักกะจี้อีกต่อไป

:แล้วกูจะรู้สึกแบบนั้นไปทำไมกัน:

มันคันจริงๆน่ะเธอว์

ยิกๆเลยแระ

อันนี้ผมได้รับการรับรองมาจากกรมอนามัยแห่งโลกว่า ทุกคนล้วนแต่เคยรู้สึก (หรือให้กูคิดไปเองอีกแล้ว)

หรือนี้จะเป็นเพียงแต่ "การคิดไปเอง"  อ่ะแน่นอน ใช้คำนี้บัญญัติได้ถูกต้องเลยล่ะ ขัอมูลข้างต้นนี้ล้วนแต่เกิดขึ้นจริงแต่เป็นเรื่องธรรมดาๆ บ้านๆ พื้นๆ สิวๆ จิ๊บๆ ห่านๆ เห้ๆ  แต่ท่านหารู้ไม่ว่าสิ่งที่ผมกล่าวมาแล้วนี้และอาการที่ทุกคนล้วนอาจเคยเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วนั้น แท้จริงแล้ว มันอาจนำไปสู่โรค ใช่แล้วครับ โรค

ผ่างงง!!!

โรคที่ว่านี้ก็คือ "โรค คิดไปเอง"

ป๊าบบ!!!!

ไอ้หัวโต ตีเข่าตัวเองฉาดใหญ่ ดั่งกับการได้ค้นพบข้อมูลอันยิ่งใหญ่และได้เปิดเผยมันออกสู้สายตาชาวโลกด้วยตัวมันเอง

 

แต่เปล่าเลย โรคนี้ถูกบัญญัติ ขึ้นจริง แล้วก็มีจริงด้วย ในหมวดหมู่ของ โรคจิตเวชชนิดหนึ่งครับท่านผู้อ่าน ฮึๆ

อยากรู้กันหรือเปล่าล่ะ อ่ะฮ่า (ไม่มีใครอยากหรอกครับกูพูดอยู่คนเดียว) ผมล่ะคนนึงที่อยากรู้ (อืมอย่างน้อยก็มีกู) สงสัยกันมานานแระไอ้ความรู้สึกแบบนี้ หรือการคิดไปเองแบบนี้มันเกิดมาจากอะไร แล้วทำไมมันถึงได้รับการเรียกว่า โรค ด้วยล่ะ

นับแต่นี้ต่อไปการสงสัยหรือไม่เข้าใจเรื่องใดก็ตาม ผมจะไม่ปล่อยผ่านเลยไปเหมือนกับตดที่แทรกผ่านซอกตูดออกมาทำลายชั้นบรรยากาศของโลกอันเป็นเหตุผลนึงที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนอีกต่อไป ฮู่เร่!!!

 

โรคคิดไปเอง  ค้นไปค้นมาก็ได้ข้อมูลมาประมาณนึงแหละครับ

น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เอาเป็นว่า ผมจะมาต่อกันในเอนทรี่หน้าแล้วกัน เพราะนี้มันยาวมากแล้ว ถึงจะไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่ก็เหอะ วันนี้ก็ดึกมากแล้วด้วย ญี่ปุ่นหลับปุ๋ย น้ำลายยืดจนหมอนข้างเปียกไปครึ่งแล้ว ตอนนี้ผมก็รู้สึกปวดหลังด้วยแหะ เอ๊ะหรือว่ากูจะคิดไปเอง เหอะๆ ไม่หรอกครับ กูปวดจริงๆ

จบกันแบบดื้อๆเนี้ยแหละ

ฟิ้วววว~~~~~~

 

 

 

ปล. :กราบประทานโทษท่านที่ได้มาแสดงความคิดเห็นเอนทรี่นี้ แล้ว งงว่าข้อความตัวเองหายไปไหน 
       คือนั้นเป็นเอนทรี่แรกของผม แต่เนื่องจากเกิดการผิดพลาดในการแต่งบลอกผมเลยย้ายจาก
       บลอกนั้นมาอาศัยบลอกนี้ โอเคนะครับ
       

your code here

Big Head View my profile

Categories

    Recommend

      Favourites